โครงงานวัยซนกลับใจใส่ใจการเรียนเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน
กลุ่ม D-youth
โรงเรียนศรีตระกูลวิทยา สพท.ศรีสะเกษเขต 3
โรงเรียนศรีตระกูลวิทยา เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบลขนาดเล็ก มีนักเรียนทั้งสิ้น ๔๘๘ คน จำนวนครูทั้งสิ้น ๒๖ คน เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๖ โดยพวกเรากลุ่ม D-youth พบว่า นักเรียนชาย จำนวน ๙๔ คน เป็นกลุ่มนักเรียนที่มีปัญหาตามกระแสสังคมโลกเหมือนวัยรุ่นทั่วไปคือมีพฤติกรรมหนีเรียน ไม่สนใจเรียน ดื้อ ไม่เชื่อฟังคำอบรมของครู บิดามารดา ละเมิดกฎเกณฑ์และกติกาต่างๆ ส่งผลเกี่ยวเนื่องให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ มีผลการเรียน ๐ ร มส ไม่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรและระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งนำความหนักใจมาสู่ผู้ปกครอง และครู เป็นอย่างยิ่ง
จากสภาพปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ก่อให้เกิดผลกระทบต่อนักเรียนในหลายๆ ด้านโดยเฉพาะด้านการจัดการศึกษา คือนักเรียนไม่สนใจเรียน หนีเรียน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการมีผลสัมฤทธิ์ทางเรียนต่ำ การหนีเรียนของนักเรียนเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลกระทบต่อระบบในสังคมและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ก่อให้เกิดผลเสียตามมาเป็นอย่างมาก จึงเป็นภาระหน้าที่ของนักเรียน ครู ผู้ปกครองที่จะต้องใส่ใจถึงปัญหาและสาเหตุของปัญหาการหนีเรียน อันเป็นวิถีทางที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของวัยรุ่นเพื่อช่วยเหลือนักเรียนในการแก้ปัญหาและเพื่อให้นักเรียนมีพฤติกรรมที่เหมาะสม
กลุ่ม D-Youth จึงได้จัดทำโครงงานเพื่อส่งเสริมคุณธรรม “วัยซนกลับใจใส่ใจการเรียน เพื่อเทิดไท้องค์ราชัน” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับหลักการดำเนินชีวิตที่ดี และมีหลักคุณธรรมในการดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย นักเรียนมีพฤติกรรมที่รักเรียน รักตัวเอง และตั้งใจเรียนจนสามารถสำเร็จการศึกษา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นที่น่าพอใจ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชเนื่องในวโรกาสมีพระชนมายุครบ ๘๒ พรรษา

วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับหลักการดำเนินชีวิตที่ดี และมีหลักคุณธรรม
ในการดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย
๒. เพื่อให้นักเรียนมีพฤติกรรมที่รักเรียน รักตัวเอง และตั้งใจเรียน
๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถสำเร็จการศึกษา และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นที่น่าพอใจ
๔. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
เนื่องในวโรกาสมีพระชนมายุครบ ๘๒ พรรษา
กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียนโรงเรียนศรีตระกูลวิทยาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๖ ที่มีพฤติกรรมหนีเรียนจำนวน ๙๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๙.๖๖ ของทั้งโรงเรียน
วิธีการดำเนินงาน
โครงงานวัยซนกลับใจใส่ใจการเรียนเพื่อเทิดไท้องค์ราชันย์ มีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้
๑. ประชุมคณะกรมการดำเนินงาน ศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา และวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน
๒. ร่างแผนการดำเนินงานเพื่อขออนุมัติจากผู้อำนวยการโรงเรียน
๓. ดำเนินการตามแผน ซึ่งเป็นการผสมผสานการดำเนินงานโดยใช้หลักการเมืองคุณธรรมมาแก้ปัญหาโดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย
๓.๑ นักเรียนในแต่ละชุมชนทำการเลือกตั้งตัวแทนหมู่บ้าน หมู่ละ ๒ คน เพื่อที่หน้าที่เป็นสมาชิก อ.บ.ต. และมีการเลือกตั้งนายก อ.บ.ต. เพื่อเป็นผู้นำในการบริหารงาน
๓.๒ ใช้การเมืองคุณธรรม อ.บ.ต.รวมใจพัฒนา มาสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนโดยใช้กลยุทธ์ในการพัฒนา ๓ กลยุทธ์ คือ
๑. กลยุทธ์ติดอาวุธความคิด คือการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องของวัยรุ่น โดยจัดกิจกรรมอบรมจิตวิทยาวัยรุ่น ค่ายต่อต้านยาเสพติด
๒. กลยุทธ์พิชิตปัญหา เป็นกิจกรมแก้ปัญหาที่ตรงจุดเพื่อแก้ไขปัญหาการหนีเรียน โดยใช้กิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ระเบิดฝาเวลาเที่ยง ค่ายSEMATS กิจกรรมลานบัณฑิต กิจกรรมสมาธิบำบัด และกิจกรรมอบรมนานาอาชีพเพื่อให้นักเรียนปรับเปลี่ยนทัศนคติในวิชาเรียน รู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพิ่มสมาธิการเรียน
๓. กลยุทธ์จุดเทียนแห่งปัญญา เป็นการติดตาม ปรับปรุงพฤติกรรมรวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับวัยรุ่น โดยใช้กิจกรรมการติดตามเยี่ยมบ้านน้องของรุ่นพี่ นักเรียนพี่น้องอาสาบริการความดี “ความดีเดลิเวอรี่” กิจกรรมพบรุ่นพี่ตัวอย่าง กิจกรรมความดีตามสาย กิจกรรมโมบายหนังสือเพื่อน้อง กิจกรรมช่างอาสาซ่อมจักรยานให้น้องขี่
ผลการดำเนินงาน
จากการดำเนินการตลอดช่วงระยะเวลาของโครงงาน ปรากฏว่าพฤติกรรมการหนีเรียนของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย หลังร่วมทำกิจกรรมในโครงงานเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้นมีความสนใจทางการเรียนมากขึ้น รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พฤติกรรมการหนีเรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด กระบวนการมีส่วนร่วมในการปกครองระบอบประชาธิปไตยของนักเรียนมีมากขึ้น นักเรียนมีส่วนร่วมในการร่วมคิดร่วมทำ และร่วมแก้ไขปัญหามากขึ้น จากกลุ่มเป้าหมายที่มีพฤติกรรมหนีเรียนจำนวน ๙๔ คน ได้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคือจำนวนครั้งของการหนีเรียนลดลงเป็นที่น่าพอใจจำนวน ๖๗ คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๗๑.๒๗ และจำนวนครั้งของการหนีเรียนยังไม่ลดลงต้องติดตามแก้ไขปัญหาต่อไป จำนวน ๒๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๘.๗๒
จำนวนที่เข้าชม :
405 [ คลิกขึ้นบน ]
|